Skip to content

จัดการผู้ดูแลระบบ (Manage Operator)

คำอธิบาย

ระบบจัดการผู้ดูแลระบบใช้สำหรับดูแล ตรวจสอบ และจัดการข้อมูลผู้ดูแลระบบ (Operator) ทั้งหมดในระบบ ช่วยให้แอดมินระดับสูงสามารถเพิ่ม แก้ไข ลบผู้ดูแลระบบ กำหนดกลุ่มสิทธิ์การใช้งาน ตรวจสอบประวัติการเข้าใช้งาน และจัดการสถานะต่างๆ ของผู้ดูแลระบบได้อย่างครบถ้วน รวมถึงการตั้งค่าความปลอดภัยแบบสองขั้นตอน (2FA)

ผู้ใช้งาน

  • แอดมินระดับสูง / Super Admin: จัดการข้อมูลผู้ดูแลระบบทั้งหมด ดูรายละเอียด แก้ไขข้อมูล จัดการสิทธิ์ และดูประวัติการใช้งาน

ก่อนใช้งาน

สำหรับแอดมิน:

  • ต้องมีสิทธิ์ "จัดการผู้ดูแลระบบ" (MANAGE_OPERATOR)
  • ต้องเข้าใจระบบกลุ่มผู้ใช้และสิทธิ์การเข้าถึง (User Group & Permissions)
  • ควรรู้จักกลุ่มสิทธิ์ต่างๆ เช่น Super Admin, Admin, Operator

หมายเหตุ:

  • การแก้ไขข้อมูลผู้ดูแลระบบอาจส่งผลต่อการเข้าถึงระบบ
  • การปิดการใช้งาน (isActive = false) จะทำให้ผู้ดูแลระบบคนนั้นไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
  • การลบผู้ดูแลระบบเป็นการลบถาวร ไม่สามารถกู้คืนได้
  • การเปลี่ยนรหัสผ่านจะทำให้การเข้าสู่ระบบทั้งหมดถูกยกเลิก

📋 ส่วนที่ 1: รายการผู้ดูแลระบบ (Operator List)

ดูรายการผู้ดูแลระบบทั้งหมด

หน้ารายการผู้ดูแลระบบ

  1. เลือกเมนู "จัดการผู้ดูแลระบบ""รายชื่อผู้ดูแลระบบ" ในเมนูด้านข้าง
  2. จะเห็นตารางแสดงข้อมูลผู้ดูแลระบบทั้งหมด ประกอบด้วยคอลัมน์ต่างๆ ดังนี้:

คอลัมน์ที่ 1: ชื่อผู้ใช้ (Username)

  • แสดงชื่อผู้ใช้ที่ใช้เข้าสู่ระบบ
  • เป็นข้อมูลหลักในการระบุตัวตนผู้ดูแลระบบ
  • วิธีใช้งาน:
    • ใช้ค้นหาผู้ดูแลระบบจากช่องค้นหาด้านบน
    • กรอกชื่อผู้ใช้เพื่อค้นหาผู้ดูแลระบบที่ต้องการ

คอลัมน์ที่ 2: เบอร์โทรศัพท์

  • แสดงเบอร์โทรศัพท์ของผู้ดูแลระบบ (ถ้ามี)
  • วิธีอ่าน:
    • แสดงเบอร์โทรศัพท์ เช่น "081-234-5678"
    • แสดง "-" ถ้าไม่ได้กรอกเบอร์โทร
  • การใช้งาน:
    • ใช้ติดต่อผู้ดูแลระบบ
    • ใช้ยืนยันตัวตน

คอลัมน์ที่ 3: กลุ่มผู้ใช้ (User Group)

  • แสดงกลุ่มสิทธิ์ที่ผู้ดูแลระบบสังกัดอยู่
  • ตัวอย่างกลุ่ม: Super Admin, Admin, Operator, Support
  • วิธีอ่าน:
    • แสดงชื่อกลุ่มผู้ใช้เป็นภาษาไทย
    • กลุ่มผู้ใช้กำหนดว่าเข้าถึงเมนูและฟีเจอร์ไหนได้บ้าง
  • การใช้งาน:
    • ใช้ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง
    • ใช้กรองผู้ดูแลระบบตามกลุ่ม

คอลัมน์ที่ 4: สถานะการใช้งาน (Active Status)

  • แสดงว่าผู้ดูแลระบบสามารถเข้าใช้งานได้หรือไม่
  • วิธีอ่าน:
    • Badge สีเขียว "เปิดใช้งาน" = สามารถเข้าสู่ระบบได้
    • Badge สีแดง "ปิดใช้งาน" = ไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
  • การใช้งาน:
    • ใช้ตรวจสอบว่าผู้ดูแลระบบคนนี้ใช้งานได้หรือไม่
    • ใช้กรองผู้ดูแลระบบที่เปิด/ปิดใช้งาน

คอลัมน์ที่ 5: ยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA Status)

  • แสดงสถานะการเปิดใช้งานความปลอดภัยแบบสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication)
  • วิธีอ่าน:
    • Badge สีเขียว "เปิดใช้งาน" = เปิดใช้งาน 2FA แล้ว
    • Badge สีเทา "ปิดใช้งาน" = ยังไม่ได้เปิดใช้งาน 2FA
  • การใช้งาน:
    • ใช้ตรวจสอบความปลอดภัยของบัญชี
    • ควรเปิด 2FA สำหรับผู้ดูแลระบบระดับสูง

คอลัมน์ที่ 6: วันที่สร้าง

  • แสดงวันและเวลาที่สร้างบัญชีผู้ดูแลระบบ
  • วิธีอ่าน:
    • รูปแบบ: วว/ดด/ปปปป ชช:นน:วว (เช่น 15/12/2566 14:30:45)
    • เวลาเป็นเขตเวลาไทย
  • การใช้งาน:
    • ใช้ตรวจสอบว่าบัญชีสร้างเมื่อไหร่
    • ใช้ดูผู้ดูแลระบบใหม่หรือเก่า

คอลัมน์ที่ 7: แก้ไข

  • ปุ่มสำหรับเปิดหน้าต่างแก้ไขข้อมูลผู้ดูแลระบบ
  • วิธีใช้งาน:
    1. คลิกปุ่ม "แก้ไข"
    2. จะเปิดหน้าต่างฟอร์มแก้ไขข้อมูล
    3. แก้ไขข้อมูลที่ต้องการ
    4. คลิก "บันทึก" เพื่อยืนยัน
  • ข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้:
    • ชื่อผู้ใช้
    • รหัสผ่าน (จะยกเลิกการเข้าสู่ระบบทั้งหมด)
    • เบอร์โทรศัพท์
    • กลุ่มผู้ใช้
    • สถานะการใช้งาน

คอลัมน์ที่ 8: จัดการ 2FA

  • ปุ่มสำหรับจัดการความปลอดภัยแบบสองขั้นตอน
  • วิธีใช้งาน:
    1. คลิกปุ่ม "จัดการ 2FA"
    2. จะเปิดหน้าต่างตัวเลือก:
      • สร้าง QR Code - สร้าง QR Code ใหม่สำหรับเปิดใช้งาน 2FA
      • เปิดใช้งาน 2FA - เปิดใช้งานความปลอดภัยสองขั้นตอน (ต้องมี QR Code และรหัสยืนยัน)
      • ปิดใช้งาน 2FA - ปิดใช้งานความปลอดภัยสองขั้นตอน (ต้องมีรหัสยืนยัน)
      • รีเซ็ต 2FA - รีเซ็ต 2FA กรณีที่อุปกรณ์หาย (ต้องใส่รหัสผ่าน)
  • การใช้งาน:
    • ใช้เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีผู้ดูแลระบบ
    • แนะนำให้เปิดสำหรับผู้ดูแลระบบทุกคน

คอลัมน์ที่ 9: สถานะ

  • ปุ่ม Toggle สำหรับเปิด/ปิดการใช้งานผู้ดูแลระบบ
  • วิธีใช้งาน:
    • คลิก Toggle เพื่อเปิดหรือปิดการใช้งาน
    • เมื่อปิด:
      • ผู้ดูแลระบบไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้
      • การเข้าสู่ระบบที่มีอยู่จะถูกยกเลิก
      • ข้อมูลยังคงอยู่ในระบบ
    • เมื่อเปิด:
      • ผู้ดูแลระบบสามารถเข้าสู่ระบบได้ปกติ
  • การใช้งาน:
    • ใช้ระงับผู้ดูแลระบบชั่วคราวโดยไม่ต้องลบ
    • ใช้เปิดกลับมาใช้งานได้เมื่อต้องการ

คอลัมน์ที่ 10: ลบ

  • ปุ่มสำหรับลบผู้ดูแลระบบออกจากระบบ
  • วิธีใช้งาน:
    1. คลิกปุ่ม "ลบ" (ไอคอนถังขยะ)
    2. หน้าต่างยืนยันจะเปิดขึ้นมา
    3. ตรวจสอบข้อมูลผู้ดูแลระบบที่จะลบ
    4. กรอกข้อความยืนยัน (ถ้ามี)
    5. คลิก "ยืนยันการลบ"
  • คำเตือน:
    • การลบเป็นการลบถาวร ไม่สามารถกู้คืนได้
    • ข้อมูลทั้งหมดของผู้ดูแลระบบจะถูกลบ
    • ประวัติการทำงานจะถูกลบ
    • แนะนำให้ปิดการใช้งานแทน หากไม่แน่ใจว่าจะลบ

ฟีเจอร์การค้นหาและกรอง

การค้นหา

ช่องค้นหาชื่อผู้ใช้:

  • พิมพ์ชื่อผู้ใช้ในช่องค้นหา
  • ระบบจะค้นหาแบบ Real-time
  • รองรับการค้นหาบางส่วน (เช่น พิมพ์ "admin" จะหาชื่อที่มีคำว่า admin)

ตัวกรอง (Filters)

กรองตามกลุ่มผู้ใช้:

  1. คลิกเลือก Dropdown "เลือกประเภท"
  2. เลือกกลุ่มผู้ใช้ที่ต้องการ เช่น Super Admin, Admin, Operator
  3. ตารางจะแสดงเฉพาะผู้ดูแลระบบในกลุ่มนั้น

กรองตามสถานะ:

  1. คลิกเลือก Dropdown "เลือกสถานะ"
  2. เลือก "เปิดใช้งาน" หรือ "ปิดใช้งาน"
  3. ตารางจะแสดงเฉพาะผู้ดูแลระบบตามสถานะที่เลือก

รีเซ็ตตัวกรอง:

  • คลิกปุ่ม "รีเซ็ต" หรือ "ล้างตัวกรอง"
  • จะยกเลิกการกรองทั้งหมดและแสดงผู้ดูแลระบบทั้งหมด

สร้างผู้ดูแลระบบใหม่

สร้างผู้ดูแลระบบใหม่

วิธีสร้าง:

  1. คลิกปุ่ม "เพิ่มผู้ดูแลระบบ" มุมบนขวา

  2. กรอกข้อมูลในฟอร์ม:

    ข้อมูลที่ต้องกรอก:

    • ชื่อผู้ใช้ (บังคับ) - ชื่อที่ใช้เข้าสู่ระบบ

      • ต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกับในระบบ
      • แนะนำให้ใช้ภาษาอังกฤษ
    • รหัสผ่าน (บังคับ) - รหัสผ่านสำหรับเข้าสู่ระบบ

      • ความยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
      • แนะนำให้ใช้ตัวเลขและตัวอักษรผสมกัน
    • กลุ่มผู้ใช้ (บังคับ) - เลือกกลุ่มสิทธิ์การเข้าถึง

      • กำหนดว่าสามารถเข้าถึงเมนูและฟีเจอร์ไหนได้บ้าง
    • เบอร์โทรศัพท์ (ไม่บังคับ) - เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ

  3. คลิก "สร้างผู้ดูแลระบบ"

  4. ระบบจะแสดงข้อความยืนยันเมื่อสร้างสำเร็จ


📁 ส่วนที่ 2: จัดการกลุ่มผู้ใช้ (User Group Management)

ภาพรวม

กลุ่มผู้ใช้ (User Group) เป็นการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเมนูและฟีเจอร์ต่างๆ ในระบบ ผู้ดูแลระบบแต่ละคนจะถูกกำหนดให้อยู่ในกลุ่มผู้ใช้หนึ่งกลุ่ม และจะมีสิทธิ์ตามที่กลุ่มนั้นกำหนดไว้

ดูรายการกลุ่มผู้ใช้

หน้ารายการกลุ่มผู้ใช้

  1. เลือกเมนู "จัดการผู้ดูแลระบบ""กลุ่มผู้ดูแลระบบ"
  2. จะเห็นตารางแสดงกลุ่มผู้ใช้ทั้งหมด ประกอบด้วย:

คอลัมน์ที่แสดง:

  • ชื่อกลุ่ม - ชื่อของกลุ่มผู้ใช้ (เช่น Super Admin, Admin, Operator)
  • จำนวนสมาชิก - จำนวนผู้ดูแลระบบในกลุ่มนี้
  • สิทธิ์การอ่าน - จำนวนเมนูที่สามารถดูได้
  • สิทธิ์การเขียน - จำนวนเมนูที่สามารถแก้ไขได้
  • วันที่สร้าง - วันที่สร้างกลุ่ม
  • แก้ไข - ปุ่มแก้ไขสิทธิ์กลุ่ม
  • ลบ - ปุ่มลบกลุ่ม

สร้างกลุ่มผู้ใช้ใหม่

สร้างกลุ่มผู้ใช้ใหม่

วิธีสร้าง:

  1. คลิกปุ่ม "เพิ่มกลุ่มผู้ดูแลระบบ" มุมบนขวา

  2. กรอกข้อมูลในฟอร์ม:

    ข้อมูลที่ต้องกรอก:

    • ชื่อกลุ่ม (บังคับ) - ชื่อของกลุ่มผู้ใช้

      • ต้องเป็นชื่อที่ไม่ซ้ำกับในระบบ
      • ควรตั้งชื่อให้สื่อความหมาย
    • สิทธิ์การอ่าน (Read Permissions) - เลือกเมนูที่สามารถดูได้

      • เลือกได้หลายเมนู
      • เช็คทั้งหมด หรือ เลือกทีละรายการ
    • สิทธิ์การเขียน (Write Permissions) - เลือกเมนูที่สามารถแก้ไขได้

      • เลือกได้หลายเมนู
      • สิทธิ์การเขียนต้องมีสิทธิ์การอ่านด้วย
  3. คลิก "สร้างกลุ่ม"

  4. ระบบจะแสดงข้อความยืนยันเมื่อสร้างสำเร็จ

ตัวอย่างสิทธิ์ที่สามารถกำหนดได้:

  • จัดการผู้เล่น (MANAGE_PLAYER)
  • จัดการผู้ดูแลระบบ (MANAGE_OPERATOR)
  • จัดการโปรโมชั่น (MANAGE_PROMOTION)
  • จัดการธุรกรรม (MANAGE_TRANSACTION)
  • จัดการเกม (MANAGE_GAME)
  • จัดการตั้งค่าระบบ (MANAGE_SETTINGS)
  • ดูรายงาน (VIEW_REPORTS)
  • และอื่นๆ

คำแนะนำการกำหนดสิทธิ์:

  • Super Admin - ให้สิทธิ์ทุกอย่าง (อ่านและเขียนทุกเมนู)
  • Admin - ให้สิทธิ์อ่านทุกอย่าง แต่เขียนเฉพาะที่จำเป็น
  • Operator - ให้สิทธิ์เฉพาะงานประจำวัน (จัดการผู้เล่น ธุรกรรม)
  • Support - ให้สิทธิ์อ่านเฉพาะข้อมูลผู้เล่น ไม่ให้แก้ไข
  • Finance - ให้สิทธิ์เฉพาะด้านการเงินและธุรกรรม

แก้ไขกลุ่มผู้ใช้

วิธีแก้ไข:

  1. คลิกปุ่ม "แก้ไข" ที่แถวของกลุ่มผู้ใช้
  2. แก้ไขข้อมูลที่ต้องการ:
    • ชื่อกลุ่ม
    • สิทธิ์การอ่าน
    • สิทธิ์การเขียน
  3. คลิก "บันทึก"
  4. หมายเหตุ: การเปลี่ยนสิทธิ์จะมีผลทันทีกับผู้ดูแลระบบทุกคนในกลุ่ม

ลบกลุ่มผู้ใช้

วิธีลบ:

  1. คลิกปุ่ม "ลบ" ที่แถวของกลุ่มผู้ใช้
  2. หน้าต่างยืนยันจะเปิดขึ้นมา
  3. คลิก "ยืนยันการลบ"

คำเตือน:

  • ไม่สามารถลบกลุ่มที่มีผู้ดูแลระบบอยู่ ต้องย้ายผู้ดูแลระบบออกก่อน
  • การลบเป็นการลบถาวร ไม่สามารถกู้คืนได้
  • แนะนำให้ปิดการใช้งานกลุ่มแทนการลบ (ถ้ามีฟีเจอร์นี้)

📊 ส่วนที่ 3: หน้ารายละเอียดผู้ดูแลระบบ (Operator Detail)

ภาพรวม

หน้ารายละเอียดผู้ดูแลระบบแสดงข้อมูลครบถ้วนของผู้ดูแลระบบ 1 คน ประกอบด้วย:

  • ข้อมูลพื้นฐาน
  • ข้อมูลกลุ่มผู้ใช้และสิทธิ์
  • สถานะ 2FA
  • ประวัติการเข้าใช้งาน
  • ประวัติการทำรายการ

การเข้าถึงหน้ารายละเอียด

วิธีเข้าถึง:

  1. จากหน้ารายการผู้ดูแลระบบ
  2. คลิกปุ่ม "แก้ไข" ที่แถวของผู้ดูแลระบบ
  3. จะเปิดหน้าแก้ไขข้อมูลผู้ดูแลระบบ

ส่วนที่ 1: ข้อมูลพื้นฐาน (Operator Info)

ข้อมูลที่แสดง:

  • ชื่อผู้ใช้ - ชื่อที่ใช้เข้าสู่ระบบ
  • เบอร์โทรศัพท์ - เบอร์โทรติดต่อ (ถ้ามี)
  • กลุ่มผู้ใช้ - กลุ่มสิทธิ์ที่สังกัด
  • สถานะการใช้งาน - เปิดใช้งาน หรือ ปิดใช้งาน
  • สถานะ 2FA - เปิดใช้งาน หรือ ปิดใช้งาน
  • วันที่สร้าง - วันที่สร้างบัญชี (รูปแบบ: วว/ดด/ปปปป ชช:นน)
  • แก้ไขล่าสุด - วันที่แก้ไขข้อมูลครั้งล่าสุด

การดำเนินการ:

  • ปุ่มแก้ไขข้อมูลพื้นฐาน
  • ปุ่มจัดการ 2FA
  • ปุ่มเปลี่ยนรหัสผ่าน

ส่วนที่ 2: ประวัติการเข้าใช้งาน (Login History)

แสดงรายการการเข้าสู่ระบบทั้งหมด:

คอลัมน์:

  • วันที่และเวลา - เวลาที่เข้าสู่ระบบ
  • IP Address - IP ที่ใช้เข้าสู่ระบบ
  • อุปกรณ์ - ข้อมูลเบราว์เซอร์และอุปกรณ์
  • สถานะ - สำเร็จ หรือ ไม่สำเร็จ
  • หมายเหตุ - ข้อความเพิ่มเติม (เช่น รหัส 2FA ไม่ถูกต้อง)

การใช้งาน:

  • ใช้ตรวจสอบการเข้าใช้งานของผู้ดูแลระบบ
  • ใช้ตรวจสอบความผิดปกติ (เช่น เข้าจาก IP แปลกๆ)
  • ใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีปัญหา

ส่วนที่ 3: ประวัติการทำรายการ (Event Log)

ประวัติการทำรายการ

แสดงบันทึกกิจกรรมทั้งหมดของผู้ดูแลระบบ:

ข้อมูลที่บันทึก:

  • ประเภทกิจกรรม - สร้าง, แก้ไข, ลบ, ฯลฯ
  • โมดูล - ส่วนที่ทำรายการ (เช่น จัดการผู้เล่น, จัดการโปรโมชั่น)
  • รายละเอียด - รายละเอียดของกิจกรรม
  • IP Address - IP ที่ใช้ทำรายการ
  • วันที่ - วันที่และเวลา

การใช้งาน:

  • ใช้ตรวจสอบการทำงานของผู้ดูแลระบบ
  • ใช้ตรวจสอบความผิดปกติ
  • ใช้เป็นหลักฐานเมื่อมีปัญหา
  • ใช้ตรวจสอบว่าใครแก้ไขอะไรเมื่อไหร่

ข้อจำกัด

  • ไม่สามารถลบผู้ดูแลระบบที่กำลังเข้าใช้งานตัวเอง
  • ไม่สามารถเปลี่ยนกลุ่มผู้ใช้ของตัวเองได้
  • ไม่สามารถปิดการใช้งานบัญชีตัวเองได้
  • ชื่อผู้ใช้ (Username) ต้องไม่ซ้ำกับที่มีอยู่ในระบบ
  • รหัสผ่านต้องมีความยาวอย่างน้อย 6 ตัวอักษร
  • เบอร์โทรศัพท์ต้องเป็นเบอร์ไทย (ขึ้นต้นด้วย 0 และมี 10 หลัก)
  • การเปลี่ยนรหัสผ่านจะยกเลิกการเข้าสู่ระบบทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่เห็นเมนูจัดการผู้ดูแลระบบ

    • สาเหตุ: ยังไม่ได้รับสิทธิ์ "จัดการผู้ดูแลระบบ"
    • วิธีแก้: ติดต่อแอดมินระดับสูงเพื่อขอสิทธิ์
  • ไม่สามารถสร้างผู้ดูแลระบบใหม่ได้

    • สาเหตุ: ชื่อผู้ใช้ซ้ำกับที่มีอยู่
    • วิธีแก้: ใช้ชื่อผู้ใช้อื่นที่ไม่ซ้ำ
  • ไม่สามารถลบผู้ดูแลระบบได้

    • สาเหตุ: พยายามลบตัวเอง
    • วิธีแก้: ให้แอดมินคนอื่นลบให้
  • ผู้ดูแลระบบเข้าสู่ระบบไม่ได้หลังแก้ไข

    • สาเหตุ: มีการเปลี่ยนรหัสผ่านหรือปิดการใช้งาน
    • วิธีแก้: ตรวจสอบสถานะและรหัสผ่าน
  • QR Code สำหรับ 2FA ไม่ขึ้น

    • สาเหตุ: ระบบกำลังสร้าง QR Code อยู่
    • วิธีแก้: รอสักครู่แล้วรีเฟรชหน้า

แก้ปัญหา

  • ปัญหา: ไม่สามารถเข้าหน้าจัดการผู้ดูแลระบบได้
    วิธีแก้:

    • ตรวจสอบว่ามีสิทธิ์เข้าถึง
    • ออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
    • ติดต่อแอดมินระดับสูงเพื่อตรวจสอบสิทธิ์
  • ปัญหา: ข้อมูลในตารางไม่อัปเดต
    วิธีแก้:

    • คลิกปุ่มรีเฟรช หรือกด F5
    • เคลียร์ Cache เบราว์เซอร์
    • ออกจากระบบแล้วเข้าใหม่
  • ปัญหา: ตัวกรองไม่ทำงาน
    วิธีแก้:

    • ตรวจสอบว่าเลือกค่าถูกต้อง
    • คลิกปุ่มรีเซ็ตตัวกรองแล้วลองใหม่
    • รีเฟรชหน้า
  • ปัญหา: ลืมรหัสผ่านของผู้ดูแลระบบ
    วิธีแก้:

    • ให้แอดมินคนอื่นเข้าไปแก้ไขและตั้งรหัสผ่านใหม่
    • แจ้งรหัสผ่านใหม่ให้ผู้ดูแลระบบคนนั้น
  • ปัญหา: อุปกรณ์ 2FA หาย
    วิธีแก้:

    • ให้แอดมินคนอื่นเข้าไปรีเซ็ต 2FA (ต้องใส่รหัสผ่าน)
    • สร้าง QR Code ใหม่และสแกนด้วยอุปกรณ์ใหม่

คำแนะนำ

  • เปิดใช้งาน 2FA สำหรับทุกคน - เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชี
  • ตรวจสอบประวัติการเข้าใช้งานเป็นประจำ - ตรวจจับการเข้าถึงผิดปกติ
  • ใช้รหัสผ่านที่แข็งแรง - ความยาวอย่างน้อย 8-12 ตัวอักษร มีตัวพิมพ์ใหญ่ เล็ก ตัวเลข และอักขระพิเศษ
  • อย่าแชร์บัญชีผู้ดูแลระบบ - สร้างบัญชีแยกให้แต่ละคน
  • ปิดการใช้งานแทนการลบ - เก็บข้อมูลไว้ตรวจสอบได้
  • กำหนดสิทธิ์ตามความจำเป็น - อย่าให้สิทธิ์มากเกินไป
  • ตั้งชื่อผู้ใช้ที่มีความหมาย - เช่น admin_john, support_mary
  • บันทึกรหัสผ่านในที่ปลอดภัย - ใช้ Password Manager
  • อัปเดตเบอร์โทรติดต่อ - เพื่อติดต่อกรณีฉุกเฉิน
  • ตรวจสอบประวัติการทำรายการ - เช็คว่าใครทำอะไรเมื่อไหร่